วัดกัน 1on1 ลิเวอร์พูล VS แมนซิตี้

ไม่มีเวลาหยุดหายใจกันเลยสำหรับฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ที่เพิ่งจะผ่านพ้นโปรแกรมในช่วงวันบ๊อกซิ่งเดย์ไป และปรากฏว่าปีนี้ไม่มีอะไรพลิกล็อกบรรดาทีมใหญ่ในกลุ่มท็อปซิกซ์ เก็บชัยชนะได้เรียบวุธ โดยเฉพาะ “สิงห์บลูส์” เชลซี ที่ยังไม่มีใครหาวิธีหยุดได้ ล่าสุดต้อนบอร์นมัธ สบายๆ 3-0 ทำให้เก็บชัยชนะได้ 12 นัดรวดนำโด่งต่อไป

ฟอร์มไร้เทียมทานของเชลซี ทำให้สถานการณ์ในกลุ่มหัวตารางเริ่มทวีความตึงเครียดมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะทีมตามอย่าง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล และ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ตกอยู่ใต้ความกดดันแทนเพราะไล่ตามมานานเป็นระยะเวลาร่วมเดือน

ที่สำคัญทั้งสองทีมดันต้องมาเจอกันเองด้วยในโปรแกรมวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ซึ่งจะถ่ายทอดสดทางช่อง beIN Sports 1 ในเวลา 00.25 น.

มาดูกันว่าเกมนี้มีอะไรที่น่าติดตามบ้าง

 

###1 คล็อปป์ & เป๊ป คู่แข่งแห่งโชคชะตา ###

อันโตนิโอ คอนเต้ อาจจะยอดเยี่ยม, อาร์แซน เวนเกอร์ อาจจะเก๋าเกม, โจเซ่ มูรินโญ่ อาจจะยังเป็น The Special One แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า 2 กุนซือที่มีความโดดเด่นที่สุดในเรื่องของฝีไม้ลายมือและบุคลิกหนีไม่พ้น เยอร์เก้น คล็อปป์ และ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่เป็นกุนซือ “สายอัจฉริยะ” เหมือนกัน

โดยประวัติแล้ว คล็อปป์ กับเป๊ป ไม่มีกรณีพิพาทอะไรเป็นการส่วนตัว ไม่ได้มีความเกลียดชังอะไรกันมาก่อน แต่ทั้งคู่ก็ถือว่าห้ำหั่นกันมาดุเดือดพอสมควรในเวทีบุนเดสลีกา สมัยที่คุม “เสือเหลือง” และ “เสือใต้” เรียกว่าไม่มีใครยอมใครกันเลยทีเดียว

คล็อปป์ เคย “รับน้อง” เป๊ป ในเกมเดเอฟเบ ซูเปอร์ คัพ เมื่อปี 2013 ด้วยการถล่ม 4-2 แต่หลังจากนั้น 3 เดือน เป๊ป ก็เอาคืนด้วยการนำบาเยิร์น บุกไปถล่มถึงเวสต์ฟาเลน 3-0 และหลังจากนั้นก็ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะมาตลอด

สิ่งที่น่าสนใจคือระบบการเล่นในทีมของ คล็อปป์ และ เป๊ป นั้นถือเป็น “ตำราลูกหนัง” ของโค้ชสมัยใหม่ที่ใครก็อยากศึกษาและนำมาใช้ ซึ่งเกมนี้เราจะได้เห็นกันว่าใครที่จะแน่กว่ากันระหว่างสไตล์ Gegenpressing กับ Tiki-taka

แต่เชื่อขนมกินได้ว่าคู่นี้แลกหมัดดวลสมองกันสนุกสุดๆแน่นอน!

 

###2 การกลับมาของ ‘เอล กุน’###

เกมที่แอนฟิลด์ คืนวันเสาร์นี้ ยังจะเป็นเกมแรกที่ “เอล กุน” เซร์จิโอ อเกวโร่ จะได้กลับมาลงสนามอีกครั้งด้วยหลังโดนโทษแบนยาวมา 4 นัด ซึ่งเป็นช่วงที่คนประเมินว่า แมนฯ ซิตี้ อาจจะมีอาการชักใบให้เรือเสียได้ แต่ปรากฏว่า เป๊ป กู้สถานการณ์นำทีมเก็บชัยชนะรวดมาได้ 3 นัด และทีมก็เริ่มลงตัวขึ้น

แต่สำหรับเกมใหญ่แบบนี้ นักเตะอย่าง อเกวโร่ ยังเป็น “คนพิเศษ” ที่พร้อมจะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้ทีมได้เสมอ โดยเฉพาะในการเจอกับทีมที่ไม่เปิดพื้นที่และโอกาสให้ทีมอื่นมากนักอย่างลิเวอร์พูล การฉกชิงจังหวะเพียงชั่วพริบตาของกุน เป็นทีเด็ดได้เสมอ

ที่สำคัญการไม่ได้ลงสนามมา 4 นัด ทำให้มีความ “เก็บกด” อยู่ไม่น้อย และเชื่อว่ากุนเองก็ต้องการระบายออกมา
###3 ลัลลานา vs เดอ บรอยน์###

อีก 2 สตาร์ที่น่าจับตามองคือ อดัม ลัลลานา และ เควิน เดอ บรอยน์ สองตัวทำเกมที่ดีที่สุดของทีมในฤดูกาลนี้

ลัลลานา ในฤดูกาลนี้ถือว่าทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมผิดความคาดหมาย เพราะเดิมมีการหวั่นกันว่าดีไม่ดีปีนี้จะโดนดองยาวเพราะ คล็อปป์ ได้ทั้ง มาร์โก กรูยิช และ จอร์จินโย ไวจ์นาลดุม มาร่วมทีม แต่ผ่านมาครึ่งฤดูกาล พี่หนวดหน้าหวานกลายเป็นคีย์แมนที่สำคัญไม่แพ้ คูตินโญ่, เฟียร์มิโน่ และ ซาดิโอ มาเน่ เลย

ผลงาน 7 ประตู 6 แอสซิสต์ ซึ่งล้วนเป็นประตูสำคัญเป็นเครื่องการันตีคุณภาพของจอมลีลา ที่มีคนยกย่องว่าเป็น “อิเนียสต้า แห่งเมอร์ซีย์ไซด์” ได้เป็นอย่างดี

เกมนี้ ลัลลานา จะได้ดวลกับตัวทำเกมที่ดีที่สุดอีกคนของพรีเมียร์ลีกอย่าง เควิน เดอ บรอยน์ ซึ่งคงคุณภาพมาตรฐานการเล่นระดับสูงต่อเนื่องนับตั้งแต่ย้ายจาก โวล์ฟสบวร์ก มาอยู่อีสต์แลนด์

เดอ บรอยน์ ไม่ได้เป็นมิดฟิลด์จอมกระชาก ไม่ได้เป็นจอมยิงไกล แต่เป็นเพลย์เมคเกอร์ที่เล่นได้ฉลาดและทรงประสิทธิภาพมากที่สุด การเปิดบอลของเขาไม่ว่าจะลูกเรียดหรือลูกครอส (ซึ่งแม่นยำน้องๆ เดวิด เบ็คแฮม ในวันท็อปพีค) หรือการยิงประตูไม่ว่าจะด้วยเท้าซ้ายหรือขวา ถือว่าไม่แพ้ใครในยุโรป

ก็จะได้ดูกันว่าระหว่าง ลัลลานา กับ เดอ บรอยน์ ใครจะแจ๋วกว่ากัน
###4 กฏทีมเก่า###

ระหว่าง ลิเวอร์พูล และ แมนฯ ซิตี้ ถือว่ามีการโยกย้ายตัวผู้เล่นกันบ้าง ไม่ได้ถึงกับขาดกันเลยทีเดียวเหมือนลิเวอร์พูล กับแมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งเกมนี้นักเตะเก่าอย่าง ราฮีม สเตอร์ลิง ที่จากแอนฟิลด์มาแบบไม่สวยเมื่อฤดูกาลที่แล้วก็จะได้โอกาสมาพิสูจน์ตัวเองต่อหน้า เดอะ ค็อป อีกครั้ง ในสภาพที่ดีขึ้นกว่าฤดูกาลที่แล้วมาก

ฟากลิเวอร์พูลเองก็มีนักเตะเก่าของซิตี้ อย่าง ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ซึ่งเวลานี้น่าสนใจมากเพราะเริ่มกลับคืนฟอร์มเก่งทีละนิดและกำลังพยายามหาวิธีเอาชนะใจ คล็อปป์อยู่ ซึ่งเหลือเวลาไม่มากแล้วสำหรับการตัดสินใจเพราะตลาดการซื้อขายกำลังจะเปิด

อีกคนคือ เจมส์ มิลเนอร์ หนึ่งในการเซ็นสัญญาที่ดีที่สุดตลอดกาลของลิเวอร์พูล ในยุคคล็อปป์ ที่เป็นตัวหลักมาตลอดนับตั้งแต่ต้นฤดูกาลในบทแบ็กซ้ายแบบ Modern

ทั้งสามคนถือว่ามีโอกาสจะเข้าข่าย “กฎยิงทีมเก่า”

 

### 5 Momentum ของการลุ้นแชมป์ ###

สิ่งสำคัญที่สุดใน 90 นาทีที่แอนฟิลด์คือ “ผลการแข่งขัน”

ในสภาพที่ต้องไล่ตาม เชลซี ที่ยังไม่มีทีมไหนหาวิธีหยุดได้แบบนี้ ทุกคะแนนมีความหมายมาก และการสะดุดทุกครั้งหมายถึงกำลังใจที่ถดถอยอย่างมหาศาล ดังนั้นสำหรับทั้งลิเวอร์พูล และ แมนฯ ซิตี้ 3 คะแนนนี้มีความหมายมาก ซึ่งมันจะส่งผลต่อโมเมนตัมในการลุ้นแชมป์ในช่วงครึ่งฤดูกาลหลังด้วย

นี่จึงเป็นเกมที่ไม่มีใครอยากพลาด

รวมถึงคนดูอย่างเราๆไม่ว่าจะเป็นแฟนสองทีมนี้หรือไม่ ก็ไม่อยากพลาดด้วยเหมือนกัน

สำหรับคอลูกหนังตัวจริงอย่างพวกเรา วันนี้การดูฟุตบอลเป็นเรื่องง่ายๆ กับแพ็คเกจ True Super Soccer ดูบอลผ่านแอพพลิเคชัน TrueID และเหมาจ่ายเน็ตดูบอลไม่อั้น เริ่มต้นเพียงวันละ 19 บาท (*900*3936#) ,สัปดาห์ละ 59 บาท (*900*3937#) และเดือนละ 199 บาท (*900*3938#) เท่านั้น

เท่านี้จะอยู่ที่ไหนก็ดูฟุตบอลมันๆไม่ว่าจะเป็น พรีเมียร์ลีก, ลา ลีกา, กัลโช่ เซเรีย อา, ลีก เอิง, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก รวมถึงฟุตบอลไทย ได้สบายๆ ไม่ต้องรอลิงค์สด หรือรอ Live ที่ไหนแล้ว

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*